ของต้องห้ามและของต้องกำกัด

รัฐบาลไทยได้ทำการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากประเทศไทย โดยการควบคุมนั้น สามารถแบ่งรูปแบบของสินค้าออกเป็น 2 กรณี ดังต่อไปนี้

1.    ของต้องห้าม คือ ของที่มีข้อห้ามแน่นอนซึ่งจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้า ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น

2.    ของต้องกำกัด คือ ของที่จำเป็นจะต้องทำการขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนที่จะมีการนำ เข้าหรือส่งออกสินค้า

ของต้องห้ามและของต้องกำกัด

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลโดยคร่าวเกี่ยวกับของต้องห้ามและของต้องกำกัด เพื่อให้ท่านสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมของต้องห้าม และการขออนุญาตนำเข้าของต้องกำกัด ในการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากราชอาณาจักร

1. ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามนำเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรจะมีความผิดต้องรับ โทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นความผิดตามมาตรา 27 และ 27 ทวิของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ด้วย โดยสินค้าต้องห้ามในการนำเข้า-ส่งออก มีดังนี้

·         วัตถุลามก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหนังสือ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งที่พิมพ์ขึ้น รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย และภาพยนตร์ลามกหรือวัตถุลามกอื่น ๆ

·         สินค้าที่มีตราหรือลวดลายเป็นรูปธงชาติ

·         ยาเสพติดให้โทษ

·         เงินตรา พันธบัตร ใบสำคัญรับดอกเบี้ยพันธบัตรอันเป็นของปลอมหรือแปลงเหรียญกษาปณ์ที่ทำให้น้ำ หนักลดลงโดยทุจริต

·         ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดินหรือพระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทางราชการอันเป็นของปลอม

·         สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น แถบบันทึกเสียง (เทปเพลง) แผ่นบันทึกเสียง (คอมแพคดิสก์) แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หนังสือ หรือสินค้าอื่นใดที่ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

·         สินค้าปลอมแปลงหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้า

·         ของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จเข้ามาในราช อาณาจักร พ.ศ. 2481

2. ของต้องกำกัด หมายถึง สินค้าที่มีกฎหมายกำหนดว่าหากจะมีการนำเข้า-ส่งออกหรือผ่านราชอาณาจักรจะ ต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ เช่น ต้องมีใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออก ต้องปฏิบัติตามประกาศอันเกี่ยวกับฉลากหรือใบรับรองการวิเคราะห์ หรือเอกสารกำกับยา เป็นต้น ผู้ใดนำของต้องกำกัดเข้ามา หรือส่งออก หรือส่งผ่านราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด ไว้ให้ครบถ้วน จะมีความผิดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ และเป็นความผิดตามมาตรา 27  และ 27 ทวิของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469

กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดสินค้าที่มีมาตรการนำเข้า  ซึ่งต้องขอรับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 50 ชนิด ที่จะต้องขออนุญาตนำเข้าจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ในการขอใบอนุญาตการนำเข้าจากกระทรวงพาณิชย์จะต้องแนบเอกสารการสั่งซื้อ, ใบรายการสินค้า และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปด้วย

นอกจากการควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์แล้ว สินค้าที่มีมาตรการนำเข้าบางอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย เช่น

·         การนำเข้ายาจะต้องขอใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข

·         การนำเข้าหรือส่งออกโบราณวัตถุหรือวัตถุของงานศิลปะไม่ว่าจะจดทะเบียน แล้วหรือไม่ก็ตาม จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร

·         การนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จะต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ส่วนอาวุธชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องช็อตไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องแจ้งก่อนนำเข้า ซึ่งบางรายการอาจจำเป็นต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า

·         พระราชบัญญัติเครื่องสำอางได้กำหนดให้ผู้นำเข้าเครื่องสำอางควบคุม ทำการแจ้งชื่อและที่ตั้งของสำนักงาน สถานที่ผลิตหรือจัดเก็บเครื่องสำอาง รวมทั้งประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง และส่วนประกอบที่สำคัญ กับกระทรวงสาธารณสุข

·         การนำเข้าสัตว์ป่า พืช ปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมวิชาการเกษตร หรือกรมประมงเป็นกรณีๆ ไป

กรมศุลกากรมีหน้าที่ป้องกันการนำเข้า หรือส่งออก หรือส่งผ่านสินค้าต้องห้าม ส่วนสินค้าต้องกำกัด กรมศุลกากรมีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่า การนำเข้า หรือส่งออก หรือส่งผ่านแดนได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ครบถ้วนหรือไม่ สำหรับบัญชีรายชื่อสินค้าต้องห้ามต้องกำกัด สามารถตรวจสอบได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตนำเข้า เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร เป็นต้น